Is it a kind of dream Floating down on the river Following the river of death down the stream Oh is it a dream

HOME
AЯCHIVE
BIOGЯAPHY
DISCOGЯAPHY
BOOKS
LYЯICS
ЯEFEЯENCES

PICTUЯES

ET CETEЯA
FOЯUM
EVEЯYTHING ME
FIЯST EVEЯ LIVE IN SINGAPOЯE
THANKS
LINKS

เว็บเพื่อนบ้าน

EVEЯYTHING ME
I want to fly and run till it hurts Sleep for a while and speak no words in Australia

a b o u t m e

24/12/2008
ผ่านมาสองปีกว่าแล้ว update เรื่องราวนิดหน่อยค่ะ

ชื่อ
หมู, ฉายา หมูบ้า (แมนิคส์)

เพศ / อายุ / ที่อยู่
หญิง / เกิด 1980 / กรุงเทพ

การศึกษา
ปริญญาตรี ศิลปศาสตร์ เอก อังกฤษธุรกิจ

อาชีพปัจจุบัน
ยังคงดูแลกิจการเล็ก ๆ

เป็นใครมาจากไหน ถึงมาทำเว็บแฟนแมนิคส์
เป็นผู้หญิงธรรมดา ๆ ที่ชอบแมนิคส์มาก เป็นแฟนแมนิคส์ในยุคหลัง ไม่ใช่แฟนพันธ์แท้ ไม่ใช่กรุ๊ปปี้ แต่เป็น แฟนเหนียวแน่นคนนึง

เทำไมถึงมาเป็น lovemanics มีความหมายอะไรพิเศษหรือเปล่า
เป็นชื่อที่ใช้กับอีเมล เป็นอีเมลแรกตั้งแต่เล่นอินเตอร์เน็ตเลย พอจะทำเว็บก็คิดว่าดีเหมือนกันที่มีชื่อเว็บเดียวกับอีเมลแล้วตอนนั้นก็ยังไม่มีใครจดโดเมนชื่อนี้ด้วย
ส่วนคอนเซปเว็บ คิดไว้นานมากตั้งแต่สมัยเรียนก่อนจำทำเว็บเป็นเสียอีก Sleeping with Manic Street Preachers เห็นว่าน่ารักดี (เหมือนชื่อ Sleeping with NME) พอมาทำเว็บก็หารูปเหล่าแมนิคส์นอนหลับ แปลกดีเหมือนกันที่หาได้ (เกือบจะ) ลงตัว ก็หายากเหมือนกันนะ แต่ก็รอดมาได้ ฮ่า ๆ

เริ่มรู้จักแมนิคส์ครั้งแรก
จากรายการมายาวิชั่น ทางช่อง 7 ดำเนินรายการโดย จอห์น นูโว กับ ลินดา ครอส ประมาณปี 1994 ปีนั้นเป็นครั้งแรก (และครั้งสุดท้าย ?) ที่แมนิคส์มาเมืองไทย ตอนนั้นเรียนอยู่ชั้น ม.2 แต่ก็รู้จักผิวเผินมาก ๆ รู้แค่ว่าวงอะไรชื่อยาวมาก ๆ ไม่รู้ความหมายอีกต่างหาก แล้วก็ไม่ได้สนใจและติดตามอะไรอีกเลย

เริ่มฟังแมนิคส์ได้อย่างไร
ตอนนั้นอยู่ประมาณ ม.3 (ปี 1995) พี่สาวเอาเทปแมนิคส์ชุด Generation Terrorists ของเพื่อนมาให้ยืม บอกว่าเป็นวงที่เพื่อนคลั่งมาก ตอนนั้นยังไม่รู้จัก แต่เห็นปกเทปก็ว่าเท่ห์ ๆ ดี แต่ก็แปลก ๆ อยู่นะ เหมือนวงเกย์ แต่ก็ไม่ได้ฟังจริงจัง หลังจากนั้นพี่ชายก็แฮ้ปเทป Gold Agaisnt The Soul ของเพื่อนมาฟัง (ตอนนี้ยังแซว ๆ กันอยู่ว่า ถ้าเอาเทปพี่เป้า สายัณ สัญญา มา ป่านนี้ เราคงมีซิงเกิ้ลพี่เป้าทุกชุด แล้วก็ฉายา หมูบ้า สายัณ 555

แล้วเริ่มติดตามแมนิคส์มาตั้งแต่ตอนนั้น ?
เปล่า เพิ่งมาติดตามแมนิคส์เมื่อปี 1996 ตอนเรียน ม.4 เห็น เจมส์ / นิกกี้ / ฌอน ขึ้นปกนิตยสาร music express ก็งง ๆ ว่าทำไมเหลือ 3 คน แต่ก่อนมี 4 คนนี่นา เลยซื้อมาอ่าน แล้วก็เพิ่งรู้ว่าริชชี่หายตัวไปแล้ว (ริชชี่หายไป วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 1995) ตอนนั้นอินเตอร์เน็ตยังเป็นเรื่องที่ไกลตัวมาก รู้สึกว่าวงนี้น่าสนใจดี เลยหาซื้ออัลบั้มเก่า ๆ มาฟัง ก็เริ่มจาก อัลบั้มล่าสุดขณะนั้น คือ Everything Must Go

เริ่มติดตามจริงจังตั้งแต่ตอนไหน
ตอนเรียนมหาวิทยาลัย เพราะตอนนั้นเริ่มมีสื่ออินเตอร์เน็ตเข้ามาในชีวิต ได้เจอสังคมที่กว้างขึ้น - ตอนเรียนมัธยมการฟังเพลงฝรั่งเป็นเรื่องที่ไม่อยู่ในสารระบบสุด ๆ ใครฟังเหมือนตัวประหลาด (ตอนนั้นเค้าฮิต คริสติน่า เจ มอส ฯลฯ) เพราะมีอินเตอร์เน็ตเลยได้เจอเพื่อนและรู้จัก ๆ ที่ชอบแมนิคส์เหมือนกันหลายคน

ชอบแมนิคส์ตรงไหน
เป็นคนที่เล่นดนตรีไม่เป็น เลยไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วแมนิคส์เล่นดนตรีดีไหม แต่ชอบ มันเกิดจากการก่อตัวของความชอบเล็ก ๆ ความประทับใจในการร่วมชีวิต ของคน 4 คน ที่เป็นมากกว่าวงดนตรีวงหนึ่ง ริชชี่หายตัวไปนานแล้ว แต่ก็ไม่มีการนำสมาชิกใหม่เข้าวง คือ ทุกคนก็ยอมรับในความเป็น 4 real ของแมนิคส์ ที่ไม่มีใครแทนที่ได้ (แล้วก็ไม่มีใครอยากแทนด้วย) แน่นอนว่า แมนิคส์ ไม่ใช่วงดนตรีที่ดีที่สุดในโลก แต่จะผิดอะไร ถ้าเป็นวงที่เราชอบที่สุดในโลก

เสียใจไหม ที่ไม่ทันได้ติดตามยุคที่รุ่งเรืองที่สุดของแมนิคส์ในเมืองไทย รวมทั้งคอนเสิร์ตด้วย
เสียดายที่ไม่ได้ดูคอนเสิร์ต ยอมรับว่า ถ้าตัวเองเกิดทันยุคทองของแมนิคส์ในไทย อีก 1 ปีให้หลัง (หลังจากริชชี่หายตัวไป) ต้องเลิกฟังแมนิคส์แน่นอน เพราะเรามั่นใจว่า ถ้าเราได้รู้จักริชชี่ก่อน เราต้องขายวิญญาณให้ริชชี่แน่ ๆ แล้วก็จะลืมแมนิคส์ไปโดยปริยาย ดังนั้น ไม่เสียใจเลยที่เพิ่งมาติดตามแมนิคส์ตั้งแต่ปี 1996) และเป็นแฟนแมนิคส์ในยุคหลังและตอนนี้ก็เป็นแฟนเหนียวแน่นของทั้ง James, Nicky, Sean (โดยเฉพาะ Nicky หิหิ)

คิดว่าตอนนี้ในไทย จะมีแฟนแมนิคส์หลงเหลืออยู่เท่าไร
ถ้าแฟนริชชี่จำนวนอาจจะพอ ๆ เดิม แต่ถ้าแฟนแมนิคส์ คิดว่าน้อยจนเทียบไม่ได้กับยุคทองเมื่อปี 1994 แต่จากที่ดูกระแสแมนิคส์จะเข้ามาเล่นงาน 100 ร็อค ที่โดนแคนเซิ่ลไปแล้ว เห็นว่ายังมีแฟนแมนิคส์อีกมากที่รอคอยพวกเค้าอยู่

เพลง / อัลบั้ม ที่ชอบที่สุด
โลภมากอยากตอบหลายเพลง ชอบเพลงแมนิคส์ที่ไม่ใช่แนวแมนิคส์ (เอ๊ะยังไง) ชอบฟังเจมส์ร้องเพลงรัก ๆ มันรู้สึกเหมือนว่า เออ เค้าก็ร้องได้เนอะ ไม่ได้ร้องเป็นแต่เพลงหดหู่นี่หว่า ฮ่า ๆ แล้วส่วนมากไอ่เพลงพวกนี้จะเป็นเพลงคัฟเว่อ หรือ b-side ซะมาก ถ้าให้เลือกเพลงของแมนิคส์จริง ๆ เรามักจะเอ่ยถึง Little Baby Nothing เป็นเพลงแรก คงเป็นเพราะเนื้อหาที่เข้าใจไม่ยากเกินไปแล้วมันก็ตรงใจเราพอดี ส่วนอัลบั้มขอยกให้ Everything Must Go เป็นอันดับ 1 แล้วกันและ The Holy Bible มาเป็นเฉียด ๆ อันดับ 2

สะสมอะไรเกี่ยวกับแมนิคส์บ้าง
เกือบทุกอย่างที่จะหาได้ (สำคัญที่ปัจจัย) ส่วนมากจะเป็นซิงเกิ้ล อัลบั้ม หนังสือ จะพยายามเก็บทุก format แต่ก็ยาก เพราะของดีต้องใช้ทุนสูง แล้วก็ mp3 พวก live ต่าง ๆ ก็พยายามหาของมือสอง สภาพดี ราคาย่อมเยาว์จากเว็บไซต์ต่าง ๆ

ชิ้นที่ประทับใจที่สุด
คงทั้งประทับใจ ฝังใจ เป็นแผ่นเสียง Suicide Alley 7" ตอนแรกนึกว่าเป็นเแผ่นออริจินัลเมื่อปี 1989 เห็นราคาในเว็บเลยรีบประมูลทันที ราคาตอนนั้นมัน เป็นพันปอนด์แต่ประมูลแบบไม่ลังเลใจเลย นึกว่าเจ้าของไม่รู้คุณค่าตอนนั้นราคาเริ่มต้นไม่กี่ปอนด์ จบที่ 50 กว่าปอนด์ ประมูลแบบนอนไม่หลับเลยต้องฝากให้เพื่อนที่นอนดึกดูผลแล้ว sms มาบอก ปรากฎว่าได้ ดีใจมาก ตื่นเต้นสุดชีวิต แต่พอส่งมาแล้ว ก็สงสัย + งง นิดนึง ว่าทำไมแผ่นมันแปลก ๆ ไม่เหมือนในภาพ ก็เลยเมลไปถามคนขายปราำกฎว่าเป็นแผ่นทำใหม่ ตอนนั้นแบบฝันสลายเลย ฮ่า ๆ แต่ก็โอเค เค้าว่าแผ่นที่ทำใหม่นี่ มีแค่ 400 ก็อปปี้ แต่ถือว่าเป็นของแมนิคส์ที่แพงที่สุด ๆ ๆ เท่าที่ซื้อมาเลย

 

มีอะไรที่น่าประทับใจบ้างตั้งแต่ทำ lovemanics.com มา
ก็ได้รู้จักแฟน ๆ แมนิคส์นิสัยดี ๆ หลาย ๆ คน เป็นพี่ เป็นน้อง มีโอกาสแนะนำให้ชาวไทยได้รู้ว่ายังมีสังคมเล็ก ๆ สำหรับคนรักแมนิคส์อยู่ และโอกาสดีที่มาก ๆ อีกอย่างคือ ได้ลงแนะนำเว็บไซต์และรีวิวทริปแมนิคส์ที่สิงคโปร์ในหนังสือที่เป็นประตูให้เราได้รู้จักกับแมนิคส์ music express ต้องขอขอบคุณหนังสือ music express- บก.ทัช ที่ให้โอกาส/พื้นที่ ค่ะ

คิดไหมว่าซักวัน จะเลิกชอบแมนิคส์
เคยมีความคิดนี้ ประมาณ 1 ครั้งในชีวิต ที่แว้บเข้ามาในหัว ตอนนั้นรู้สึกเบื่อ ๆ ตื้อ ๆ คิดคิดว่าถ้าเลิกชอบ เลิกสะสมคงมีเงินไปทำอย่างอื่น รู้สึกผิดจังที่คิดแบบนี้

แล้วถ้าเลิกชอบแล้วจะทำยังไงกับของสะสม
จะขายให้กับคนที่ชอบ ฮ่า เพราะว่าสะสมมาเหน็ดเหนื่อย ถ้าเลิกชอบ หมดสัมพันธ์กันจริง ๆ ก็ขายกินไปเลย

ชิ้นที่อยากได้ที่สุด
แผ่นเสียง Suicide Alley 7" ต้นฉบับออกเมื่อปี 1989 ราคาตอนนี้ประมาณ 1,200 ปอนด์ แต่ถ้ามีเงินมากขนาดนั้นก็คงไม่ซื้อหรอกนะ เสียดายเงินน่ะ เอาเงินไปดูคอนเสิร์ตที่อังกฤษได้เลยนะนั่น

เพลง / อัลบั้มแนะนำ
A Design For Life / Everything Must Go คิดว่า กลาง ๆ ดี สำหรับแฟนใหม่ จะได้รู้จักแมนิคส์ีในด้านปัจจุบัน ถ้าถัดมาคงเป็นอีกอัลบั้มโปรดคือ The Holy Bible

gig ที่ชอบที่สุด
ถ้าตอนนี้คงบอกได้คำเดียวว่า gig ที่สิงคโปร์ (555) สุดยอดมาก ๆ เพราะเป็นคอนเสิร์ตแรกของแมนิคส์ที่ได้ดู และได้เจอเหล่าแมนิคส์ตัวเป็น ๆ โชคดีแบบคาดไม่ถึง ประทับใจแบบชีวิตนี้ไม่มีลืมจริง ๆ (อ่านต่อได้ใน First Ever Live in Singapore)

ชอบมากขนาดนี้ เคยมีคนหาว่าบ้าไหม
มี เยอะด้วย 555 จะโดนเพื่อน ๆ ค่อนขอดประจำ ประมาณว่าบ้าไม่เลิกบ้างล่ะ ฟังอยู่วงเดียวบ้างล่ะ เพื่อนมัธยม มาเจอกันป่านนี้ (ทำงานกันหมดแล้ว) ก็ถามแบบแปลกใจว่ายังฟังอยู่อีกเหรอ จริง ๆ ตั้งแต่จบมหาวิทยาลัย เริ่มทำงานจนป่านนี้ก็เป็นพวกคล้าย ๆ คนแก่ คือ ย้ำคิดย้ำฟัง ฟังแต่วงเก่า ๆ ที่เคยประทับใจ แล้วก็มีแมนิคส์อยู่ในนั้น ที่ตอนนี้บ้าฟังทุกวัน ซ้ำไปซ้ำมา

วงอื่น ๆ ที่ิติดตามผลงานนอกจากแมนิคส์
วงที่ติดตามผลงานต่อเนื่องก็ Dubstar (แตกไปแล้ว), Client (วงใหม่ของสมาิชิกเก่า Dubstar - วงนี้จะเป็นอันดับสองถ้าจะบ้าต่อจากแมนิคส์), Catatonia (แตกไปแล้ว), The Cardigans, The Audience (แตกไปแล้วตั้งแต่ชุดแรก) , Sophie Ellis Bextor, Swan Dive, Bis และวงบริทป๊อปยุค 90's ทั่วไป (เอ่อ ไม่ใช่พวก Girl Power นะ ...)

และก็ดีใจมากสุด ๆ ที่ Nina แห่ง Cardigans มา featuring กับแมนิคส์ได้ใน Your Love Alone Is Not ครั้งแรกที่ได้ฟัง/เห็น mv กรี๊ดมาก ๆ ตกใจ ดีใจ แบบมาได้ไงเนี้ยะ (ก็ไม่รู้ว่าเค้าสนิทกันมาก่อนหรือเปล่า) และก็เป็นนักร้องรับเชิญคนแรกที่ได้ทำสตูดิโออัลบั้มร่วมกับแมนิคส์

แมนิคส์ ให้อะไรกับชีวิตบ้าง
เยอะมาก เริ่มต้น คือเป็นแรงบันดาลใจส่วนนึงให้เลือกเรียนด้านภาษา เพราะอยากจะรู้ว่าในเนื้อเพลงเค้าพูดถึงอะไร ทำให้เราอยากเก่งภาษาอังกฤษ (แต่เพราะตัวเองไม่ขยันเท่าไร ความรู้เลยไม่ค่อยพัฒนาเท่าไร ประกอบกับแมนิคส์เขียนเพลงได้ปรัชญาสุด ๆ) การเรียนรู้ในชีวิตอื่น ๆ ก็เช่นกัน เช่น เรียนวาดภาพ, ศึกษาทำเว็บไซต์ ต่อมาคือ ให้เรามีเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจ เพราะเป็นคนไม่เก่งกีฬา ไม่เล่นดนตรี ไม่มีพรสวรรค์อะไร การได้ฟังแมนิคส์เวลาเศร้า ๆ นี่ผ่อนคลายได้มาก (แต่ฟังชุด The Holy Bible แล้วอาจจะเศร้ากว่าเดิม 10 เท่า ฮ่า ๆ) แมนิคส์ช่วยให้เราได้รู้จักและพบเจอคนดี ๆ มากมาย

ดีใจที่ได้ทำเว็บ www.lovemanics.com
และ ฉัน เว็บนี้

ข้อเสียล่ะ
บ้าแมนิคส์เกินไป หายใจก็แทบจะพ่นคำว่าแมนิคส์ออกมา บางทีก็เสียเงินกับเรื่องไม่เป็นเรื่องเกี่ยวกับแมนิคส์ เช่น ซื้อแผ่นซ้ำ ๆ เห็นแผ่นถูก ๆ ก็ซื้อมา ทั้ง ๆ ที่มันซ้ำ !!!

ความคาดหวังที่จะเห็นแมนิคส์อีกครั้งในเมืองไทย
จาก 1 % เกือบจะเป็น 100 % เมื่องาน 100 ร็อคที่ผ่านมา ก็กลับมากลายเป็น 1% เหมือนเดิมจนได้

สุดท้าย ถ้าได้เจอแมนิคส์ จะบอกอะไรกับพวกเค้า
ไม่น่าเชื่อว่าแฟนเพลงคนนึง จะีมีโอกาสได้เจอพวกเค้าแบบใกล้ชิด ถึงเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ แต่จะไม่ลืมช่วงเวลานั้นเลย

ได้พูดประโยคนี้กับนิกกี้ I'm waiting for this time for too long นิกกี้ตอบว่า Really ? คิดว่าคงเข้าใจผิด ว่ามานั่งรอคุณ 2-3 ชั่วโมงนานเหลือเกิน ไม่ใช่นะ ชั้นหมายถึงรอพวกคุณมา 12 ปีต่างหาก !!! ถ้ามีโอกาสจะขอแก้ตัวพูดอีกครั้ง แล้วบรรยากาศตอนนั้น มันก็ไม่ใช่เวลาจะมาพูดอะไรมาซึ้ง ๆ เล้ย นึกแล้วก็ฮา ~ แต่โชคดีที่ไม่มีแฟนเพลงมามุง ๆ แย่งกัน มีแค่แฟนเพลงบ้าคลั่ง 2 และสตาฟ 1

(ข้อความเก่า - " I'm waiting for today for too long. I just don't know what to say how much I love you. You really are a part of my life" ถ้าได้เจอจริง ๆ คงพูดยาวเท่านี้ไม่ได้แน่เลย มันจะเป็นลม ฮ่า ๆ)

สมหวังได้ดูแมนิคส์แล้ว สิ่งต่อไปที่คิดอยากจะทำ
ก็คิดว่ายังคงมุ่งมั่นเก็บเงินสำหรับคอนเสิร์ตแมนิคส์ครั้งต่อไป อาจจะเป็นอังกฤษ ยุโรป ญี่ปุ่น หรือ สิงคโปร์อีกครั้ง โดยทั่วไปมักจะติดเงื่อนไขเรื่องเงินและเวลา สำหรับเรา ถ้าเงินพร้อมแล้ว ก็เหลือปัญหาแค่เวลา ใช่ไหม

 

moobaa
lovemanics@hotmail.com

back to top

EVEЯYTHING ME
I'm just a patsy for your love

a b o u t m y c o l l e c t i o n


MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

MANIC STREET PREACHRERS

back to top

HOMEARCHIVEBIOGЯAPHY DISCOGЯAPHYBOOKS LYЯICS ЯEFEЯENCESPICTUЯESET CETEЯATHANKSABOUT ME LINKS _____________________________________________________________________________________________________________________________________
Lovemanics.com - Sleeping With Manic Street Preachers. Created since September 2006. Thank You That You Still Love Them.